รบ.เยียวยาเหตุรถไฟชนรถเมล์ ผู้เสียชีวิต 2.3 ล้าน บาดเจ็บ 1.3 แสนบาท
- 2012
- 3 นาที
- 1 การเชื่อมต่อ
- 1 อ้าง
กระทรวงคมนาคมแถลงเหตุรถไฟชนรถเมล์ สั่งเข้มตรวจแอลกอฮอล์-ศึกษา “ยกเลิกรถไฟเข้ากรุงเทพชั้นใน” ภายใน 3 เดือน
กระทรวงคมนาคมได้แถลงชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง พร้อมสั่งการให้เร่งออกมาตรการป้องกันอุบัติเหตุซ้ำ ทั้งการตรวจวัดแอลกอฮอล์และสารเสพติดของพนักงานขับทุกระบบ และศึกษาความเป็นไปได้ในการ “ยกเลิกรถไฟเข้ากรุงเทพชั้นใน” ภายใน 3 เดือน เพื่อลดความเสี่ยงในพื้นที่จุดตัดทางรถไฟ
วันนี้ (18 พ.ค. 2569) เวลา 17.00 น. พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงข่าวกรณีเหตุรถไฟพุ่งชนรถโดยสาร ขสมก. บริเวณจุดตัดมักกะสัน เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บ 30 ราย
ในการแถลงข่าวยังมีผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ได้แก่ ชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม, อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย, กิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. และ จิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการ สนข.
นายพิพัฒน์ ในฐานะตัวแทนรัฐบาล กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้บาดเจ็บ พร้อมระบุมาตรการเยียวยา การดำเนินคดี และแผนยกระดับความปลอดภัยระยะสั้น–ระยะยาว เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย
เขากล่าวว่า ได้มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทยศึกษาการลดขบวนรถไฟเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นใน โดยเฉพาะเส้นทางสายตะวันออก และสายใต้–ตะวันตก ซึ่งมีจุดตัดจำนวนมาก ภายในระยะเวลา 3 เดือน โดยอาจให้ขบวนสายตะวันออกสิ้นสุดที่ลาดกระบัง และเชื่อมต่อด้วยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์หรือรถเมล์ ขสมก.
ส่วนสายใต้และสายตะวันตก อาจให้สิ้นสุดที่ตลิ่งชัน แล้วเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดงและระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ พร้อมพิจารณาช่วยเหลือค่าโดยสารผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและนโยบายตั๋วร่วม เพื่อลดภาระประชาชน
นายพิพัฒน์ยังย้ำว่า หากสามารถลดหรือยกเลิกการเดินรถผ่านจุดตัดในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในได้ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ แต่หากผลการศึกษาไม่สามารถดำเนินการได้ภายใน 3 เดือน จะต้องพิจารณาทางเลือกอื่นเพิ่มเติม
สำหรับการสอบสวนข้อเท็จจริง ได้ตั้งคณะกรรมการ 14 คน โดยมีรองปลัดกระทรวงเป็นประธาน และคาดว่าจะสรุปผลภายใน 15 วัน พร้อมระบุว่า หากพบความบกพร่อง ตนพร้อมแสดงความรับผิดชอบ
ด้านรัฐบาลได้จัดสรรงบเยียวยาอย่างเต็มที่ โดยผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือรวมประมาณ 2,390,000 บาท (ยังไม่รวมเงินเพิ่มเติมจากสำนักนายกรัฐมนตรี) ส่วนผู้บาดเจ็บจะได้รับตามระดับอาการตั้งแต่ประมาณ 130,000 บาท ถึงสูงสุด 1 ล้านบาท
ขณะที่ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ระบุว่าได้สั่งเข้มการตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์ในพนักงานขับรถทุกระบบ พร้อมเพิ่มมาตรการความปลอดภัยที่จุดตัดทางรถไฟ โดยกำหนดว่า “หากไม้กั้นทางรถไฟไม่ทำงาน จะไม่อนุญาตให้รถไฟเดินรถเด็ดขาด” และเพิ่มอุปกรณ์ป้องกันในจุดเสี่ยง
ด้าน อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ชี้แจงมาตรฐานการคัดเลือกพนักงานขับรถไฟ รวมถึงผลตรวจพบสารเสพติดในร่างกายของผู้ขับขี่ที่เกี่ยวข้อง และการสั่งย้ายออกจากหน้าที่ระหว่างสอบสวน
นอกจากนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยเตรียมปรับแผนเดินรถสินค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในให้จำกัดเวลา 22.00–04.00 น. พร้อมพัฒนาระบบความปลอดภัยอัตโนมัติ ATP ในอนาคต
ขณะที่ กิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล กล่าวขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันการตรวจแอลกอฮอล์และสารเสพติดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเพิ่มเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงและดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด
ส่วน จิรโรจน์ ศุกลรัตน์ เปิดเผยแผนปรับระบบขนส่งสินค้า โดยกำหนดจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าออกนอกกรุงเทพฯ เช่น บ้านภาชี นครปฐม และลาดกระบัง พร้อมจำกัดการเข้าสินค้าในเขตเมืองเฉพาะช่วงกลางคืนเท่านั้น และเดินหน้าพัฒนาระบบเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีแดงกับระบบตั๋วร่วมในอนาคต
บุคคล1 ในข่าว
-
สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
การจัดอันดับบริษัท
สำนักงานบรรณาธิการสาธารณะในประเทศไทย
- การสอบถามไปยังหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลกลาง
- ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในประเด็นดังกล่าวจากวิทยากรที่เกี่ยวข้อง
Alena Potapova ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา




